International Business Times Thailand

Thursday
Mar 11th
Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home

ซีพีกับเกษตรแผนใหม่ในเมืองจื้อก้ง โครงการตัวอย่างการพัฒนาชนบทตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน

E-mail Print PDF
ยุทธศาสตร์ด้านการเกษตรที่ผสมผสานเทคโนโลยีและปรัชญาการเกษตรของเครือเจริญโภคภัณฑ์มี ความ เจริญก้าวหน้าอย่างสูง มีชื่อเสียงและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางทุกเขตภูมิภาคในประเทศจีน โดยเฉพาะอย่า่งยิ่งการดำเนินกิจกรรมภาคการเกษตรในแถบดินแดนภาคตะวันตก--มณฑล เสฉวนประสบความความสำเร็จ เนื่องจากเป็นดินแดนที่มีความเหมาะสมแก่การประกอบกิจกรรมด้านการเกษตรในทุก ด้าน

 
เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความเชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงไก่และสุกร ก่อให้เกิดแนวทางด้านโครงการเกษตรแผนใหม่เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรตาม ยุทธศาสตร์การดำเนินงานของเครือเจริญโภคภัณฑ์นั้นที่ได้ร่วมมือกับเทศบาลนคร เฉิงตูนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ทำให้เป็นโครงการตัวอย่างการพัฒนาชนบทตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีนในระยะเวลา ต่อมา

การ นำเสนอปรัชญาหลักอันชาญฉลาดของเครือเจริญโภคภัณฑ์นั้น คือ การเพิ่มรายได้และยกระดับความเป็นอยู่ของชาวชนบท และการให้ความสำคัญกับองค์ประกอบภาคเกษตรกรรมทั้ง 3 ซึ่งตรงกับแนวทางของรัฐบาลจีนที่เน้น คือ  

“ชุมชนเกษตรกรรม (农村) กิจกรรมการเกษตร (农业) เกษตรกร (农民) มีความหมายอย่างลึกซึ้งถึง การรักษาวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม ส่งเสริมกิจกรรมครบวงจร และการสร้างผลตอบแทนให้แก่เกษตรกรอย่างคุ้มค่า”

แนว ทางการบริหารการจัดการทำปศุสัตว์อย่างเป็นระบบโดยเน้นการเลี้ยงเฉพาะไก่และ สุกร (ในโรงเรือนแบบปิด) ที่ประสบความสำเร็จในเขตนครเฉิงตู โดยทางเมืองจื้อกง (ห่างจากนครเฉิงตูไปทางใต้ราว 218 ก.ม.) มีความสนใจที่จะร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการขยายภาคเกษตรกรรมให้มี ประสิทธิภาพและครบวงจรในพื้นที่ และเห็นชอบร่วมมือใน 5 รูปแบบ คือ

1. จะต้องเน้นช่วยเหลือเกษตรกรที่มีฐานะยากจน โดยความร่วมมือของโครงการนี้นั้น รัฐบาลท้อง ถิ่นจะต้องช่วยเหลือในการจัดตั้งสหกรณ์และสร้างโรงเรือนในชุมชน จากนั้นให้เกษตรกรในท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วม ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วที่อำเภอจินถัง (อยู่ทางด้านตะวันออกของนครเฉิงตู) เป็นโครงการเลี้ยงไก่ไข่ 4 โรงเรือน รวมไก่รุ่นละ 140,000 ตัว


2. ทางการจะต้องคัดเลือกเกษตรกรที่มีความมานะในท้องถิ่น โดยทางเครือเจริญโภคภัณฑ์จะเป็นผู้ลงทุนและเกษตรกรเป็นผู้ดูแลทั้งหมด ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วที่อำเภอผูเจียง (อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ของนครเฉิงตู) เป็นโครงการเลี้ยงไก่เนื้อ 3 หมู่บ้าน  12 โรงเรือน ผลิตไก่เนื้อได้ปีละ 1 ล้านตัว
 

3. คัดเลือกเกษตรที่เป็นชาวสวนผลไม้ ซึ่งถือว่าเป็นการเกษตรที่มีรายได้ดีของจีน ใช้พื้นที่สวนผลไม้ของตนเองในการเพิ่มรายได้อีกทางหนึ่ง โดยจะอยู่ในรูปของการลงทุนร่วมกัน ปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วที่อำเภอหลงฉวน (อยู่ทางด้านตะวันออกของนครเฉิงตู) เป็นโครงการเลี้ยงสุกร
 
 
4. คัดเลือกนักธุรกิจในท้องถิ่นที่สนใจลงทุนด้านการเลี้ยงสุกรหรือไ่ก่ โดยนักธุรกิจเหล่านั้นต้องเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงเรือนเองทั้งหมด แล้วให้เครือเจริญโภคภัณฑ์เช่าเพื่อเลี้ยงสัตว์
 

5. แนวทางผสมผสานพิจารณาจากเงินออม แนวคิด และพื้นที่ของเกษตรกร ปัจจุบันจีนได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ทำให้มีการปลดคนงานจำนวนมาก เสฉวนเป็นมณฑลที่มีแรงงานออกไปทำงานนอกมณฑลมากเป็นอันดับ 1 ของจีน คนงานเหล่านี้ต้องกลับภูมิลำเนาและหวนคืนสู่ภาคเกษตรกรรม ทางการจึงต้องใช้โอกาสที่แรงงานเพิ่งกลับคืนถิ่นและยังมีเงินสดในมือ ให้คนเหล่านี้รวมตัวกันลงทุน ก่อนที่เงินติดตัวจะหมดไป ซึ่งแนวทางนี้ ยังช่วยป้องกันปัญหาคนว่างงานประจำท้องถิ่นในระยะยาวได้อย่างดีอีกด้วย

การ ลงทุนในลักษณะที่ว่าเป็นความร่วมมือและช่วยเหลือทางอ้อมมากกว่าเน้นการลงทุน เพื่อเป็นการยกระดับรายได้ความเป็นอยู่ของชาวชนบทตามยุทธศาสตร์ของรัฐบาลจีน อีกทั้งเป็นการเพิ่มมาตรฐานด้านอาหารให้แก่สังคม ต่างจากการเปิดโรงงานและจ่ายค่าจ้าง “แต่เป็นแนวทางสอนวิธีตกปลาแทนการนำปลามาแจก” จึง ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ผลลัพธ์ที่ได้เกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้น สังคมมีอาหารที่ดีบริโภคปลอดภัยมีมาตรฐาน และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นตามลำดับ

เมืองจื้อกง เป็นโมเดลของการพัฒนาเมืองแบบยั่งยืนที่เน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมไปพร้อมกับ เกษตรกรรม การส่งเสริมวัฒนธรรมและการอนุรักษ์ประเพณีเพื่อเป็นทรัพยากรการท่องเที่ยว ที่นำรายได้เข้าพื้นที่ปีหนึ่งๆ มหาศาล  

รัฐ บาลเมืองจื้อกง ยังมีนโยบายประกาศหลักการสำคัญไว้ คือ เปิดรับนวัตกรรมใหม่ การบริหารงานด้วยประสิทธิภาพ ความซื่อสัตย์ และการปรับตัวให้ทันสถานการณ์ (Innovation, Efficiency, Honesty and Practicality) เพื่อรับมือและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากวิกฤตการณ์เศรษฐกิจโลกในพื้นที่ชนบทของมณฑลเสฉวนได้ทันท่วงที


เมืองจื้อก้ง เป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ลำดับ 7 จาก 21 เมืองของมณฑลเสฉวน มีประชากรในเมืองหนาแน่นเป็นอับดับ 2 รองจากนครเฉิงตู และเป็นเมืองที่ติดอันดับ 1 ใน 100 เมืองที่มีคนมาเยือนมากที่สุดของจีน  

เมืองจื้อก้งนั้นมีชื่อเสียงใน 3 สิ่ง ได้แก่  

1. การเป็นแหล่งผลิตเกลือสินเธาว์และมีบ่อเกลือที่เก่าแก่ (ตั้งแต่ ค.ศ. 76) และลึกที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปัจจุบันได้มีการปรับรูปแบบผลิตภัณฑ์ของเกลือให้เป็นสินค้าเพื่อสุขภาพและ ความงามไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะตลาดญี่ปุ่น   


2. ค้นพบซากไดโนเสาร์แหล่งใหญ่ที่สุดลำดับที่ 3 ของโลกและจัดตั้งเป็นพิพิธภัณฑ์ดึกดำบรรพ์วิทยา บรรจุซากฟอสซิลในสภาพสมบูรณ์กว่า 300 ตัว  


3. มีงานเทศกาลโคมไฟช่วงเดือน ม.ค.-ก.พ ของทุกปี เทศกาลโคมไฟนี้มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี ทั้งซากไดโนเสาร์และโคมไฟได้มีการนำไปแสดงแล้วในประเทศต่างๆ เช่น ไทย สหรัฐ ญี่ปุ่น เดนมาร์ก และออสเตรเลีย ฯลฯ โดยเป็นยุทธศาสตร์อย่างหนึ่งของรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อผลักดันเมือง จื้อก้งให้เป็นที่รู้จักของประชาคมระหว่างประเทศ  

 

 ภาพ เทศกาลโคมไฟอันตระการตา เสน่แห่งเมืองจื้อก้งในยามค่ำ แหล่งภาพ http://bbs.hoopchina.com แำละ คุณเศรษฐพันธ์ กระจ่างวงษ์

เมืองจื้อกง เมือง Sub-Hub ด้านโลจิสติกส์

มณฑลเสฉวนวางแผนให้เมืองจื้อก้งเป็น sub-hub ด้านโลจิสติกส์รองจากนครเฉิงตู เนื่องจากที่ตั้งของเมืองนั้นสามารถเชื่อมโยงเมืองใหญ่ เช่น นครเฉิงตูและนครฉงชิ่ง รวมทั้งเมืองบริวารอื่นๆ ได้อย่างดี รวมทั้งเป็นเมืองที่มีท่าเรือภายในที่สามารถเชื่อมผ่านแม่น้ำแยงซีออกทะเล ที่เซี่ยงไฮ้ได้โดยสะดวกและประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย  

ปัจจุบัน การขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 20 ฟุตจากนครเฉิงตูไปเซี่ยงไฮ้โดยทางรถยนต์จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 8,000 หยวน แต่หากขนส่งทางเรือจากจื้อก้ง จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,300 หยวน ในระยะเวลาที่ใกล้เคียงกันมาก  

ใน อนาคตมีการวางแผนใช้สนามบินร่วมกับเมืองอี๋ปิน ซึ่งขณะนี้ยังเป็นสนามบินทหาร แต่เปิดใช้เชิงพาณิชย์ได้ ทั้งนี้ ภายในปี 2554 จะมีทางด่วนเชื่อมตรงนครเฉิงตูถึงเมืองจื้อก้ง สามารถร่นระยะทางจากปัจจุบัน 218 กม. เหลือ 150 กม.  

ผู้ บริหารท้องถิ่นให้ความสำคัญกับการพัฒนาอุตสาหกรรมหรือเมืองไปพร้อมกับ เกษตรกรรมหรือชนบท ปัจจุบัน เป็นเมืองที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตค่อนข้างสูง มีนิคมอุตสาหกรรมปั๋นฉ่าง  (Banchang Industry Zone) ครอบคลุมเนื้อที่ 4.76 ตร.กม. และเขตนิคมไฮเทคเฉิงกวง (Chengguang Technology Zone) ซึ่ง เป็นแหล่งผลิตอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูงโดยเฉพะ และเมืองอี๋ปินนี้มีการเลี้ยงสุกรมากที่สุดหรือประมาณ 26 ล้านตัวจาก 250 ล้านตัวในมณฑลเสฉวน
ที่มา : www.thaibizchina.com
จัดทำโดย นายชลพรรษ ตั้งตระการ

ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครเฉิงตู

วันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

แหล่งข้อมูล  

การนำบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ในมณฑลเสฉวนไปขยายขอบเขตการลงทุนและความร่วมมือกับท้องถิ่น 
ของ สกญ. เฉิงตู โดยนายเศรษฐพันธ์ กระจ่างวงษ์ กงสุล                                                 
Last Updated ( Tuesday, 16 June 2009 13:42 )