ตั้งแต่ เดือน มิถุนายน 2551 เป็นต้นมา หน่วยงานตรวจสอบและกักกันโรคแห่งชาติ รวมถึงหน่วยงานประจำเขตฯ กว่างซีได้จัดการประชุมหารือกับฝ่ายไทยหลายต่อหลายครั้ง เพื่อฟื้นฟูการขนส่งลำเลียงผลไม้ผ่านด่านชายแดนทางบกจากไทยมายังจีน
ในขณะเดียวกัน เพื่อเป็นการรับประกันคุณภาพและความปลอดภัยของผลไม้ไทยที่นำเข้ามาสู่จีน ฝ่ายไทยได้ให้คำมั่นเกี่ยวกับกระบวนการควบคุมบริหารด้านการผลิตผลไม้ การเก็บผลผลิต การบรรจุหีบห่อ รวมถึงกระบวนการตรวจสอบและควบคุมการขนส่งตู้สินค้า ฯลฯ จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2552 ทั้ง 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลง การ “เปิด” เส้นทางขนส่งทางบกสำหรับผลไม้ไทย โดย “ข้อตกลง” ระบุว่า
1) ผลไม้ไทยที่ขนส่งลำเลียงมายังประเทศจีนจะต้องเป็นผลไม้ประเภท/ชนิดที่ทางฝ่ายจีนกำหนด หรืออนุญาตการนำเข้า
2) สวนผลไม้ โรงงานบรรจุหีบห่อ ผู้ส่งออก จะต้องผ่านการลงทะเบียนจากฝ่ายไทย
3) ผลไม้จะต้องขนส่งลำเลียงโดยใช้ตู้รักษาอุณหภูมิความเย็น (Reefer Container) รวมถึงจะต้องใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่สะอาดและไม่ผ่านการใช้งานมาก่อน
4) บนบรรจุภัณฑ์ของผลไม้จะต้องใช้ “อักษรภาษาจีน หรือภาษาอังกฤษ “ ระบุ ประเภท/ชนิดของผลไม้ สถานที่ผลิต (จังหวัด) สวนผลไม้ โรงงานบรรจุหีบห่อ ชื่อผู้ประกอบการส่งออกหรือหมายเลขผู้ประกอบการ รวมถึงคำว่า “ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน”
5) ก่อนการส่งออกผลไม้ ฝ่ายไทยจะต้องดำเนินการตรวจสอบและกักกันโรค รวมถึงการดำเนินการ “ปิดประทับ” (Seal) ตู้สินค้าอย่างเคร่งครัด
6) เอกสารรับรองการตรวจสอบและกักกันโรคพืชมีอายุ 7 วัน
7) การขนส่งผลไม้ผ่านประเทศที่ 3 ไม่สามารถเปิดตู้สินค้าได้ และจะต้องขนส่งลำเลียงผ่านเส้นทางที่กำหนดด้านล่างนี้ คือ
เริ่มต้นจากจังหวัดมุกดาหาร (ประเทศไทย) – แขวงสะหวันนะเขต, แดนสะหวัน (ประเทศลาว) – จังหวัดลาวบาว (Lao Bao, 劳宝) , จังหวัดห่าติ๋ง (Ha Tinh, 河静), จังหวัดแทงหวา (Thanh Hoa, 清化), กรุงฮานอย, จังหวัดลางเซิน (Lang Son, 谅山) ของประเทศเวียดนาม – ด่านโหย่วอี้กวาน เมืองผิงเสียง เขตฯ กว่างซี หลังจากผลไม้ไทยมาถึงด่านชายแดนจีน หน่วยงานตรวจสอบและกักกันโรคของจีนจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสาร และการปิดประทับ (Seal) ตู้สินค้า รวมถึงดำเนินการตรวจสอบและกักกันโรค
นายโจว ปู้กวาง (周步光) ผู้จัดการบริษัท YinJu Import-Export (银炬进出口有限公司) ซึ่งดำเนินกิจการนำเข้าผลไม้บริเวณด่านโหย่วอี้กวาน เมืองผิงเสียง ได้ให้สัมภาษณ์กับนักข่าวว่า ผลไม้นำเข้าจากไทย หากนำเข้าโดยใช้วิธีการขนส่งผ่านทางทะเล ปกติต้องใช้ระยะเวลาการเดินทางประมาณ 8-10 วัน หากใช้เส้นทางขนส่งทางบกผ่านด่านชายแดนใช้เวลาเพียง 2 วันเท่านั้น ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อผลไม้ที่สามารถคงความสดใหม่ไว้ได้
ผู้ สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า การผ่านพิธีการทางศุลกากรด่านชายแดนอย่างราบรื่นของผลไม้ไทยล็อตแรกจะส่งผล ให้ผลไม้ไทยนำเข้าผ่านทางด่านชายแดนทางบกมากขึ้น โดยบริษัท ดังกล่าววางแผนจะนำเข้าผลไม้จากไทย เช่น กล้วยหอม และลำไย
นอก จากนี้ ยังเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยที่จะสามารถผลักดันการส่งออกผลไม้เศรษฐกิจหลัก อาทิ มังคุด ทุเรียน ลำไย ลิ้นจี่ มะม่วง และส้มโอ รวมถึงยางพาราไปยังจีนได้เพิ่มมากขึ้น และเป็นช่องทางระบายสินค้าส่งออก ช่วยลดปัญหาสินค้าล้นตลาดและราคาตกต่ำได้ คาดว่าจะช่วยเพิ่มอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเกิดการพัฒนาเป็นศูนย์การผลิต รวบรวม แปรรูป และกระจายสินค้าเพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจ และเป็นประตูการค้าการลงทุนระหว่างกลุ่มอาเซียนด้วย
นายจู กั๋วเหว่ย (朱国伟) ผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบและกักกันโรคเมืองผิงเสียง (凭祥检验检疫局, PingXiang General Administration of Quality Supervision, Inspection and Quarantine) เปิดเผยว่า สำนักงานฯ กับฝ่ายไทยได้เพิ่มระดับความร่วมมือในการดำเนินงานศึกษาวิจัยด้านการตรวจสอบ และกักกันโรคของผลไม้นำเข้าจากไทย ทั้งนี้ ได้กำหนดขอบข่ายการดำเนินการป้องกันและสถานการณ์โรคระบาดบนพื้นฐานด้านความ ปลอดภัย และสุขอนามัยของผลไม้ เพื่อกระตุ้นและส่งเสริมการนำเข้า-ส่งออกผลไม้ระหว่างจีนกับไทยให้สามารถ ผ่านพิธีการด่านศุลกากรได้อย่างรวดเร็ว
จัดทำโดย นายกฤษณะ สุกันตพงศ์ ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง
แหล่งข้อมูลข่าวจาก เว็บไซต์ http://www.gx.xinhuanet.com (广西新华网) และ http://spzx.foods1.com (第一食品网)ประจำวันที่ 20 กรกฏาคม 2552







