กก ร.เตรียมเสนอ กรอ. 15 ก.ค.นี้ ให้รัฐเพิ่มบทบาท ธสน.ในการค้ำประกันและปล่อยสินเชื่อมากขึ้นเพื่อแก้ปัญหาขาดสภาพคล่อง-ขอลด ราคาน้ำตาลทรายลง 1-2 บาทต่อกิโลกรัม ช่วยลดต้นทุนผู้ประกอบการ พร้อมเสนอรื้อโครงสร้างภาษีที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจทั้งระบบให้แข่งขันเพื่อน บ้านได้ นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ กล่าวในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สมาคมธนาคารไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า ที่ประชุม กกร.ได้มีการหารือเกี่ยวกับปัญหาการส่งออก โดยเห็นว่าเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนของไทยยังแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านไม่ได้ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เองก็รับปากว่าจะพยายามดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้สามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อน บ้านได้ และจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้การเปิดแอลซี (LC) ยากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาสภาพคล่องจึงเสนอให้ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศ ไทย (ธสน.) หรือเอ็กซิมแบงก์ มีบทบาทในการค้ำประกันและปล่อยสินเชื่อมากขึ้น
ทั้งนี้ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน โดยจะมีการเสนอเรื่องการแก้ปัญหาราคาน้ำตาลทรายเพื่อช่วยผู้ประกอบการอาหาร กระป๋อง โดยขอเสนอให้มีการลดการเก็บเงินเข้ากองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายในส่วนของน้ำตาล โควตา ก. (เพื่อการบริโภคภายในประเทศ ลดลงมา 1-2 บาทต่อกิโลกรัม จากปัจจุบันที่มีการเก็บอยู่ 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งแนวทางดังกล่าวอาจจะทำให้ระยะเวลาชำระหนี้ของกองทุนอ้อยและน้ำตาลยืดออก ไปจากกำหนดเดิมที่จะใช้หนี้หมดภายใน 2.5 ปี เพื่อช่วยลดต้นทุน เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้เศรษฐกิจอยู่ในภาวะที่ไม่ดีและในส่วนน้ำตาลโควตา ค. (เพื่อการส่งออก) ที่มีกฎระเบียบหยุมหยิมมาก จึงขอให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาดูแลให้เป็นระบบเพื่อความสะดวกต่อผู้ประกอบ การ
นายดุสิต นนทะนาคร ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การประชุม กรอ.ในวันที่ 15 ก.ค.นี้ ก็จะมีการเสนอให้ภาครัฐดูโครงสร้างภาษีเกี่ยวกับภาคธุรกิจในการลดต้นทุนและ เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้เป็นระบบมากขึ้น โดยจะต้องดูภาพรวมโครงสร้างภาษีทั้งหมดที่เกี่ยวกับภาคธุรกิจแล้วประเมิน ศักยภาพตัวเองในช่วง 1-2 ปีนี้ว่าสามารถที่จะให้หรือปรับโครงสร้างภาษีตรงไหนที่ของไทยยังสูงกว่า เพื่อนบ้านลงได้อีก เพื่อให้สามารถแข่งขันได้และจูงใจให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนไทย โดยดูว่าอันไหนที่จำเป็นต้องทำก่อนก็ควรรีบทำเช่นเรื่องการลดอัตราภาษีเงิน ได้และภาษีที่ดิน
Source : ไทยโพสต์







