International Business Times Thailand

Wednesday
Mar 10th
Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home Domestic General คต.หนีบนักธุรกิจไทยบุกญวน-เขมร

คต.หนีบนักธุรกิจไทยบุกญวน-เขมร

E-mail Print PDF

นางอัญชนา วิทยาธรรมธัช เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 15-18 ก.ค.นี้ กรมฯ ได้จัดคณะผู้แทนการค้าไทย ซึ่งประกอบด้วยสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมเครื่องจักรกลไทย หอการค้าจังหวัดตราด และผู้ประกอบการค้าชายแดน เดินทางไปกัมพูชาและเวียดนาม เพื่อสำรวจถนนสาย R48 เพราะเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพสูงในการเพิ่มโอกาสทางการค้าและการลงทุนให้กับ ผู้ประกอบการไทย โดยได้เดินทางสำรวจเส้นทางตั้งแต่กัมพูชาไปจนถึงเวียดนาม

ทั้งนี้ ในส่วนของกัมพูชาพบว่ามีจังหวัดเป้าหมายที่ตั้งอยู่บนถนนสายดังกล่าว 4 จังหวัด ได้แก่ เกาะกง กรุงสีหนุวิลล์ กัมปอต และตาแก้ว พบว่ามีโอกาสที่จะส่งสินค้าไทยไปขาย เนื่องจากชาวกัมพูชาโดยทั่วไปมีทัศนคติที่ดีต่อสินค้าไทยว่าเป็นสินค้าที่มี คุณภาพสูงและทันสมัย และยังมีโอกาสทางการลงทุน เนื่องจาก 4 จังหวัด มีการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษ ถึง 6 แห่ง โดยมีโอกาสที่จะเข้าไปลงทุนในโครงการ Contract Farming สินค้าถั่วเหลืองและอ้อย ลงทุนอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เสื้อผ้าสำเร็จรูป และการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำ

ส่วนเวียดนาม มีจังหวัดเป้าหมาย 13 จังหวัด ในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีประชากรมากที่สุดของเวียดนามและมีฐานะทางเศรษฐกิจดี มีกำลังซื้อสูง ปัจจุบันมีการค้าทางอ้อมกับไทยผ่านทางพ่อค้าคนกลางชาวกัมพูชา โดยนำเข้าสินค้าด้านจังหวัดตราดและทำการส่งออกทางการค้านอกระบบผ่านชายแดน กัมพูชา-เวียดนาม ซึ่งกรมฯ จะส่งเสริมให้เอกชนไทยทำการเปิดทำการค้าโดยตรงกับจังหวัดต่างๆ ของเวียดนาม โดยใช้ถนน R48 และถนน R3 กับ R4 ซึ่งมีระยะทางจากจุดผ่านแดนถาวรหาดเล็กกับจังหวัดตราดไปยังชายแดนเวียดนาม ประมาณ 300 กิโลเมตร ใช้เป็นเส้นทางขนส่งสินค้าระหว่างไทยกับเวียดนาม

อย่างไรก็ตาม แม้การขนส่งสินค้าจากจังหวัดตราดผ่านแดนกัมพูชาไปเวียดนาม ยังติดอุปสรรคที่กัมพูชาไม่อนุญาตให้รถบรรทุกพวงมาลัยขวาของไทยเข้าไปวิ่งใน ประเทศ แต่ไทยสามารถสร้างเครือข่ายพันธมิตรกับผู้ประกอบการขนส่งสินค้าของกัมพูชา หรือเข้าไปลงทุนด้านการขนส่งในกัมพูชาเลย โดยรัฐบาลอนุญาตให้ต่างชาติถือหุ้นได้ 100% แต่การขนส่งสินค้าผ่านแดนต้องขออนุญาตต่อศุลกากรของกัมพูชา และเสียค่าธรรมเนียม 5% ของราคาสินค้า

ในด้านการลงทุนของเวียดนามนั้น ไทยมีโอกาสลงทุนในอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลการเกษตร เพราะจังหวัดในเขตที่ราบลุ่มแม่น้ำโขงมีการปลูกข้าวถึงปีละ 18.8 ล้านตัน รวมถึงการลงทุนในอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำ เนื่องจากมีผลผลิตสัตว์น้ำสูงถึงปีละ 2.37 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.75% ต่อปี โดยขนส่งกลับมาไทยโดยใช้ถนน R48 ได้

รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ แนะนำว่า การทำการค้ากับเวียดนาม ไทยยังสามารถใช้สิทธิพิเศษทางภาษีเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ที่เวียดนามได้ลดภาษีสินค้าจำนวน 8,301 รายการ ลงเหลือ 0-5% ของราคานำเข้า โดยขอหนังสือรับรองแหล่งกำเนิดสินค้าฟอร์ม D จากกรมฯ เพื่อแสดงต่อศุลกากรเวียดนามสำหรับใช้สิทธิ์ยกเว้นหรือลดภาษีนำเข้า ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนสินค้าไทยได้
 
Source : บ้านเมือง