นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวในงานโครงการ "เอสเอ็มอี ฟลายอิ้ง จีส : พลิกวิกฤติ เอสเอ็มอี ไทย ก้าวไกลสู่อาเซียน" ว่านโยบายการให้ความช่วยเหลือแก่เอสเอ็มอีอีกทางหนึ่งคือการผลักดันเอสเอ็ม อีเข้าสู่ตลาดอาเซียน ซึ่งเป็นการใช้ประโยชน์ทางตรงจากการเข้าร่วมเป็นสมาชิกประชาคมเศรษฐกิจอา เซียน (เออีซี)
โครงการเอสเอ็มอี ฟลายอิ้ง จีส หรือโครงการยุทธการฝูงห่าน นับเป็นกลยุทธ์ที่มุ่งให้บริษัทใหญ่จับมือบริษัทเล็กออกสู่ตลาดในภูมิภาคอา เซียน เพื่อช่วยพลิกวิกฤติแก้ไขปัญหาและเพิ่มศักยภาพให้กับเอสเอ็มอีและกลุ่ม วิสาหกิจรายย่อย โดยจะมุ่งสาขาเป้าหมายที่มีอัตราการขยายตัวสูงสุด 5 สาขา ได้แก่ สาขาอาหารและกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูป สาขาเฟอร์นิเจอร์และหัตถกรรม สาขาแฟชั่น (สิ่งทอ อัญมณี เครื่องหนัง) สาขาสิ่งพิมพ์และพิมพ์สกรีน และสาขาบริการท่องเที่ยวและบริการที่เกี่ยวเนื่องนายภักดิ์ ทองส้ม รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า จากรายงานสถานการณ์ เอสเอ็มอีเดือนมิถุนายน คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (จีดีพี) ของเอสเอ็มอีจะลดลง 2% หรือมีมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาท ขณะที่จำนวนเอสเอ็มอีจะทรงตัวหรือลดลงเล็กน้อย โดยมีประมาณ 2.4 ล้านราย และมีรายได้ลดลง 2.33% กำไรสุทธิ ลดลง 8.51% ขณะที่การส่งออกจะลดลง 6.41%
"มูลค่าการส่งออกของเอสเอ็มอีมีจำนวน 1.58 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคอาเซียน 24% หรือมูลค่ากว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นตัวเลขการส่งออกไปยังประเทศกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม มูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท ดังนั้นตลาดในภูมิภาคอาเซียนจึงเป็นตลาดสำคัญสำหรับเอสเอ็มอีไทย" นายภักดิ์ กล่าว
Source : คม ชัด ลึก







