International Business Times Thailand

Wednesday
Mar 10th
Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home Outlook Regional Outlook ตลาดกว่างซีในมุมมองของเวียดนาม

ตลาดกว่างซีในมุมมองของเวียดนาม

E-mail Print PDF

จน ถึงปัจจุบันเวียดนามเป็นคู่ค้าอันดับหนึ่งของกว่างซีต่อเนื่องมาเป็นเวลา 9 ปีแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะคงเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ  ปี 2551 มูลค่าการค้าระหว่างกว่างซี-เวียดนามสูงถึง 3,124 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 31.4% จึงไม่น่าแปลกที่ว่าตลาดกว่างซีจะอยู่บนจอเรดาร์เศรษฐกิจเวียดนามตลอดเวลาซ บทความโดย อภิญญา สงค์ศักดิ์สกุล ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง www.thaibizchina.com

บีไอซี หนานหนิงขอนำเสนอมุมมองที่น่าสนใจเกี่ยวกับกว่างซีของนาย หร่วน อิงหย่ง (阮英勇 Mr. NGUYEN ANH DZUNG) กงสุลใหญ่เวียดนามประจำนครหนานหนิง และของ น.ส. เหลียง อี้เจี๋ย (梁毅洁) ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานตัวแทนบริษัทกาแฟ THAIHOA ของเวียดนาม ณ นครหนานหนิง มาถ่ายทอดให้กับทุกท่าน   
    
มองกว่างซี 1: มีความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้ง  

ทั้ั้งสองท่านต่างมีความเห็นตรงกันในเรื่องความได้เปรียบเรื่องทำเลที่ตั้ง แม้ว่ากว่างซีจะอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศจีน ห่างไกลจากเมืองหลวง แต่ก็มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 9 ของจีน และมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลรวมระยะทาง 1,595 กม. ซึ่งเป็นมณฑลเดียวทางภาคตะวันตกของจีนที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล และที่สำคัญทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดกับประเทศเวียดนามระยะทางรวมถึง 1,020 กิโลเมตร การที่มีชายแดนติดกันดังกล่าวเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้รัฐบาลเวียดนามเลือก กว่างซี เป็นชัยภูมิหนึ่งสำหรับตั้งสถานกงสุลใหญ่เวียดนามซึ่งได้เปิดดำเนินการเมื่อ วันที่ 19 เมษายน 2547 สำหรับสถานกงสุลใหญ่ในมณฑลอื่น ๆ จะตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ มีความเจริญสูง อาทิ มณฑลกวางตุ้ง (นครกวางโจว) ฮ่องกง และมาเก๊าเป็นต้น ด่าน ชายแดนเป็นพื้นที่สำคัญสำหรับการค้าระหว่างกว่างซีและเวียดนาม ด่านชายแดนระหว่างเวียดนาม-กว่างซี 3 ด่านที่รัฐบาลเวียดนามเห็นว่ามีความสำคัญมากที่สุด

 

คือ 1) ด่านทางบกตงซิงซึ่งเป็นด่านชั้นหนึ่งระดับชาติ ตั้งอยู่ที่อำเภอตงซิง ของเมืองฝางเฉิงก่าง ( 防城港 ) ปี 2551 มีคนผ่านเข้า-ออกผ่านด่านตงซิงสูงถึงประมาณ 4.5 ล้านคน

2) ด่านโหยวอี้กวน (ด่านมิตรภาพ) ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของชายแดนอำเภอผิงเสียง เมืองฉงจั่ว มีคนผ่านเข้า-ออกประมาณ 6 แสนกว่าคนต่อปี และ3) ตลาดการค้าชายแดนผู่ไจ้ ( 浦寨 ) ของอำเภอผิงเสียง ซึ่งเป็นจุดจับจ่ายบริเวณชายแดนของชาวกว่างซี-ชาว เวียดนาม มูลค่าการค้าแต่ละปีโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 ล้านหยวนต่อปี ถึงแม้ว่าปัจจุบันด่านชายแดนทางบกจะมีความสำคัญต่อการค้าระหว่างกว่างซี -เวียดนามมากกว่าทางทะเล อย่างไรก็ตาม คาดว่าในอนาคต หากสินค้าของเวียดนามเริ่มเปลี่ยนเป็นอุตสาหกรรมหนัก หรือเน้นเพื่อการส่งออกสู่ประเทศอาเซียน ด่านชายแดนทางทะเลบริเวณอ่าวเป่ยปู้ก็จะเป็นด่านที่สำคัญในอนาคต นอกจากนี้การปักปันเขตแดนทางบกจีน-เวียดนามซึ่งเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาเป็นนิมิตรหมายอันดีต่อความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ต่อไป เพราะรัฐบาลแต่ละฝ่ายทราบเขตแดนที่แท้จริงของตนทำให้รัฐบาลจีน-เวียดนามไม่ มีปัญหาเกี่ยงงอนเรื่องเงินลงทุนเพื่อบุกเบิกพื้นที่ต่าง ๆ เช่น น้ำตกเต๋อเทียน ที่เมืองฉงจั่วซึ่งกินพื้นที่ทั้งเวียดนาม-กว่างซี ในอนาคตอันใกล้จะมีความร่วมมือบุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวดังกล่าวร่วมกัน เพื่อให้มีชื่อเสียงระดับสากล ปัจจุบันบริษัท THAIHAO มีสำนักงานประสานงานอยู่ที่หนานหนิง และมีโกดังเก็บกาแฟขนาดใหญ่ที่อำเภอผิงเสียง การที่เวียดนามมีชายแดนติดกับกว่างซีช่วยลดต้นทุนการส่งสินค้าได้เป็นอย่าง มาก  

มองกว่างซี 2: เป็นพื้นที่ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากรัฐบาลกลาง
กว่าง ซีเปรียบเสมือนประตูทางใต้ของประเทศจีนในการติดต่อกับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มประเทศอาเซียน เมืองหลัก ๆ ของกว่างซีจึงได้รับความสนใจและได้รับการส่งเสริมจากรัฐบาลกลาง ทั้งกงสุลใหญ่เวียดนามฯ และ น.ส. เหลียงฯ ต่างมองว่ากว่างซีจะเป็นมณฑล / เขตหนึ่งของจีนที่ไม่ควรมองข้าม กว่างซีเป็น 1 ใน 3 มณฑล / เขตแรกของจีนที่มีความสำคัญด้านการค้ากับเวียดนาม (อีกสองมณฑลคือ กวางตุ้งและยูนนาน-- อ้างอิงจากการสัมภาษณ์กงสุลใหญ่เวียดนามประจำนครหนานหนิง)

ประเด็นสำคัญที่เวียดนามไม่สามารถมองข้ามกว่างซีไปได้ คือ  

1) งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (CAEXPO) หลัง จากปี 2546 ที่รัฐบาลกลางของจีนได้กำหนดให้นครหนานหนิงเป็นศูนย์กลางในการติดต่อขยาย ความร่วมมือทุก ๆ ด้านระหว่างจีนกับกลุ่มประเทศอาเซียน ทางการจีนได้กำหนดให้นครหนานหนิงเป็นสถานที่ประจำในการจัดงานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนเป็นประจำทุกปี โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2547 และ จะจัดงานเป็นครั้งที่ 6 ในเดือนตุลาคมปีนี้ รัฐบาลเวียดนามให้การสนับสนุนงานดังกล่าวทุกครั้งและเป็นประเทศที่มียอดคูหา แสดงสินค้าสูงสุด ปี 2551 มีคูหาแสดงสินค้าถึง 192 คูหา นอกจากนี้ ทั้งรัฐบาลและเอกชนทั้งกว่างซี-เวียดนามมีการจัดการอภิปราย หารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเป็นประจำเพื่อดึง ดูดนักลงทุนและสนับสนุนการค้า เช่น การอภิปรายด้านธุรกิจเวียดนาม-จีน ณ ฮานอย เมื่อเดือนกันยายน 2551 เพื่อกระชับความสัมพันธ์และผลักดันมูลค่าการค้าระหว่างจีน-เวียดนามทะลุถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2553 คุณเหลียงฯ ได้กล่าวว่า ถึงแม้บริษัทไม่ได้ยอดสั่งซื้อกาแฟจำนวนมากนักภายในงาน แต่งานแสดงสินค้าจีน-อาเซียนเป็นเวทีสำคัญในการประชาสัมพันธ์สินค้าของ บริษัทและทำให้กาแฟเวียดนามเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น
 
เวียดนามมองว่าการที่เขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ได้รับการผลักดันอย่างมากจะส่งผลประโยชน์ต่อการค้าเวียดนาม

2) แผนการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้ ( 广西北部湾经济区发展规划 ) ที่ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลกลางจีนเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2551 เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การพัฒนาแห่งชาติจีน กงสุลใหญ่เวียดนามฯ  ให้ ความเห็นว่าเขตเศรษฐกิจดังกล่าวถึงแม้จะไม่ได้ส่งผลประโยชน์โดยตรงต่อการค้า ของเวียดนามเนื่องจากเป็นแผนเพื่อพัฒนาเขตฯ กว่างซี อย่างไรก็ตามมีผลทางอ้อมเป็นอย่างมาก จากศักยภาพและการพัฒนาอย่างรวดเร็วของเขตฯ อ่าวเป่ยปู้ (ปี 2551 มี GDP 2.22 แสนล้านหยวน) ทำให้เวียดนามตระหนักว่ากว่างซีจะมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงต่อไปในอนาคต จึงต้องเร่งสร้างความร่วมมือระหว่างกันให้มากขึ้นเปลี่ยนให้เป็นการเพิ่มโอกาสทางการค้าไม่ใช่เป็นคู่แข่ง เช่น ส่งเสริมความร่วมมือ “ 2 ระเบียง 1 วง (两廊一圈) ”  ซึ่งก็คือส่งเสริมความร่วมมือระหว่างจีน-เวียดนามให้เป็นหนึ่งเดียว โดยเฉพาะด้านการคมนาคม การขนส่งสินค้า  การลงทุน และการท่องเที่ยว ระเบียงแรกคือ คุนหมิง- ล่าวกาย (Lao Cai, 老街) -ฮานอย-ไฮฟอง (Hai Phong, 海防)- กว่างนิง (Quang Ninh, 广宁) ของเวียดนาม อีกระเบียงคือ หนานหนิง-ลางเซิน-ฮานอย-ไฮฟอง-กว่างนิง และ 1 วง คือผลักดันความร่วมมือทางเศรษฐกิจบริเวณอ่าวเป่ยปู้ให้เป็นเขตการค้าเสรีจีน-อาเซียนแห่งใหม่อีกแห่งหนึ่ง จะเห็นว่ากว่างซีถูกรวมอยู่ในส่วน “2 ระเบียง 1 วง” ด้วย คุณเหลียงฯ มอง ว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจอ่าวเป่ยปู้จะช่วยด้านโลจิสติกส์ของบริษัท ซึ่งเป็นอีกช่องทางในการขยายตลาดกาแฟของเวียดนามไปสู่มณฑลที่ติดชายฝั่งทะเล และภาคเหนือของจีนโดยผ่านกว่างซี

 
มองกว่างซี 3: ตลาดกว่างซีเป็น niche market ของสินค้าเวียดนาม

ตลาดกว่างซีเหมาะกับสินค้าเวียดนามเนื่องจากสภาพรายได้และวัฒนธรรมที่คล้ายคลึงกัน
ถึง แม้ว่ากว่างซีจะเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามก็ยังไม่ถึงขนาดมณฑลที่พัฒนาแล้ว เช่น เซี่ยงไฮ้ กวางตุ้ง ปักกิ่ง รัฐบาลและเอกชนเวียดนามต่างเห็นพ้องกันว่า เนื่องจากสินค้าส่งออกส่วนใหญ่ของเวียดนามเป็นสินค้าขั้นปฐมและสินค้าที่ใช้ ในชีวิตประจำวันซึ่งเหมาะกับระดับและรสนิยมของชาวกว่างซีที่ยังไม่นิยม ยี่ห้อจากประเทศโซนตะวันตกมากนัก และปัจจุบันชีวิตความเป็นอยู่ของชาวกว่างซีดีขึ้น ระดับการจับจ่ายใช้สอยเพื่อชีวิตความเป็นอยู่ประจำวันสูงขึ้นตามไปด้วย สินค้าอุปโภคบริโภคของเวียดนาม ติด 1 ใน 5 อันดับแรกของสินค้าที่กว่างซีนำเข้าจากเวียดนาม สินค้ายอดนิยม เช่น รองเท้าแตะ โดยเฉพาะรองเท้าแตะยี่ห้อผิงเซียน (Bitis  平仙) กาแฟ ขนุนตากแห้ง และน้ำหอมจากเวียดนาม
มองกว่างซี 4: อุปสรรค

ความผันผวนของสกุลเงินดอลลาร์ซึ่งสืบเนื่องมาจากวิกฤตการเงินโลกเป็นอุปสรรคที่สำคัญของเวียดนาม

กงสุลใหญ่เวียดนามฯ เห็นว่า ถึงแม้ว่ากว่างซีและเวียดนามทำการค้ากันด้วยเงินหยวน แต่ก็ใช้ได้เฉพาะการค้าชายแดนเท่านั้น การค้าหลัก ๆ ยังคงใช้สกุลเงินดอลลาร์หรือสกุลสากลอื่น ๆ อยู่ รัฐบาลเวียดนามให้ความเห็นว่าเนื่องจากภาวะวิกฤตการเงินโลก ทำให้สกุลเงินสากลเหล่านี้ผันผวนค่อนข้างมาก ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไร นอกจากนี้วิกฤกตเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ดังกล่าวทำให้ความต้องการสินค้าในตลาด กว่างซีไม่แน่นอนซึ่งเป็นอุปสรรคหลักของเวียดนามในการบุกตลาดกว่างซี

น.ส. เหลียงฯ กลับมองว่าอุปสรรคของธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจกาแฟคือ ชาวกว่างซีส่วนใหญ่ยังคงติดอยู่กับค่านิยมและวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน แม้ว่าชาวกว่างซีบางส่วนจะเริ่มหันมาดื่มกาแฟบ้าง แต่ยังไม่ได้รับความนิยมมากนักไม่เหมือนกับในเมืองใหญ่อื่น ๆ ที่ดื่มเพราะรสชาติและแสดงถึงรสนิยมและความทันสมัย ปัจจุบันตลาดส่งออกเมล็ดกาแฟสดของบริษัทฯ อยู่ที่ 3 เมืองหลักคือ กวางโจว เซี่ยงไฮ้และปักกิ่ง  

มองกว่างซี 5: การค้าการลงทุนในกว่างซี กว่าง ซีเป็นเขตฯ ที่มีศักยภาพ สามารถเติบโตไปได้อีกไกลในอนาคต

การเข้ามาลงทุนและทำการค้าในกว่างซีจึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ โดยหาสินค้าที่ไม่มีหรือมีน้อยในกว่างซีก็จะสามารถบุกตลาดได้ เพราะหากเทียบกับมณฑลอื่นกว่างซียังมีคู่แข่งไม่มากนัก กงสุลใหญ่เวียดนามฯ มองว่า สินค้าจำพวกน้ำหอม น้ำมันแก้ปวดเมื่อย และเฟอร์นิเจอร์ไม้ซึ่งเป็นสินค้ามีชื่อเสียงของเวียดนามจะเจาะตลาดชาวกว่าง ซีได้ ในขณะที่น.ส. เหลียงฯ  มอง ว่าธุรกิจกาแฟ ไม่ว่าจะเป็นผู้จำหน่ายเมล็ดกาแฟ ร้านกาแฟ ยังมีคู่แข่งน้อยในกว่างซี หากมีการประชาสัมพันธ์สร้างความนิยมให้ดื่มกาแฟผนวกกับรายได้เฉลี่ยของ ชาวกว่างซีที่มากขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสของธุรกิจกาแฟจึงอยู่ใกล้แค่เอื้อม

เมื่อ ได้อ่านมุมมองของเวียดนามซึ่งเป็นคู่ค้าหลักของกว่างซีคงทำให้นักธุรกิจไทย หลายต่อหลายท่านที่ยังไม่รู้จักกว่างซีหรือที่มองว่ากว่างซีเป็นเพียงส่วน หางของดินแดนมังกร ต้องหันมาทำความรู้จักและจะไม่สามารถมองข้ามกว่างซีไปได้อย่างแน่นอน  

จัดทำโดย น.ส. อภิญญา สงค์ศักดิ์สกุล ศูนย์ข้อมูลธุรกิจไทยในจีน ณ นครหนานหนิง


แหล่งข้อมูล  การสัมภาษณ์กงสุลใหญ่และกงสุลด้านเศรษฐกิจเวียดนามประจำนครหนานหนิงเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2552 การสัมภาษณ์ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานตัวแทนบริษัทกาแฟ THAIHOA ของเวียดนาม ณ นครหนานหนิง เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2552, www.gxzf.gov.cn , http://www.caexpo.org , http://www.gxpx.ccoo.cn

ภาพ  จากการสัมภาษณ์ผู้ช่วยผู้จัดการสำนักงานตัวแทนบริษัทกาแฟ THAIHOA ของเวียดนาม ณ นครหนานหนิงวันที่ 13 มีนาคม 2552, www.gxta.gov

ทีี่มา : www.thaibizchina.com

 

Hot topic

 

คำต่อคำ รมว.คลังจีน ทำไมต้องมีกองทุนการเงินอาเซียน?

 

เปิด R3E

 

ส่งออกกล้วยไม้

กล้วยไม้ไทย  สินค้าบ่งบอกเอกลักษณ์ของถิ่น...

Who's Online

We have 6 guests online