สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูต และสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเฮก จัดประชุมผู้นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารของเนเธอร์แลนด์เพื่อรับฟังปัญหาของ ผู้นำเข้ากรณีการตรวจพบสารตกค้างในผักไทย เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ณ กรุงอัมสเตอร์ดัมส์ โดยมีผู้นำเข้ารายใหญ่ และ Shipper เข้าร่วมจำนวน 7 บริษัท มีประเด็นน่าสนใจสำหรับผู้ส่งออกผักไทย มานำเสนอดังนี้
- ในอดีต หน่วยงานด้านความปลอดภัยอาหารของเนเธอร์แลนด์ VWA ไม่มีการสุ่มตัวอย่างสินค้าผัก ณ จุดนำเข้าไปตรวจสอบสารตกค้าง แต่ในช่วงหลังตั้งแต่เดือนตุลาคม 2551 มีการตรวจพบสารตกค้างมากขึ้น หน่วย งาน VWA จึงได้เริ่มสุ่มตัวอย่างสินค้าผักไทย ณ โกดังเก็บสินค้าของสายการบิน และหากทราบว่าผลวิเคราะห์มีการตรวจพบสารตกค้าง ก็จะแจ้งให้ผู้นำเข้าทราบ พร้อมเสียค่าปรับ อัตราค่าปรับเริ่มตั้งแต่ 300 – 3,500 ยูโร อย่างไรก็ดี กฎหมายของเนเธอร์แลนด์เปิดโอกาสให้ผู้นำเข้านำตัวอย่างผักของตนไปตรวจ วิเคราะห์ได้เช่นกัน และหากตรวจพบ ก็สามารถแจ้งไปยัง VWA และขอทำลายสินค้าเองได้ โดยไม่ต้องเสียค่าปรับเฉพาะกรณีที่เกิดครั้งแรก
- ปัจจุบันผู้นำเข้าหลายรายของเนเธอร์แลนด์ได้ประสานความร่วมมือกับผู้ส่งออกของไทยในการจัดทำระบบ Traceability ทำให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับสินค้าได้ถึงระดับฟาร์ม นอกจากนี้ ตามกฎหมายของเนเธอร์แลนด์ ผู้นำเข้ายังต้องมีระบบการสุ่มตัวอย่างสินค้าผักของตนไปตรวจวิเคราะห์สาร ปราบศัตรูพืชตกค้างด้วย และต้องเก็บข้อมูลไว้ใช้อ้างอิงกับหน่วยงาน VWA ด้วย
- ผู้นำเข้าในเนเธอร์แลนด์มีแนวคิดที่จะรวมกลุ่มกันจัดตั้งองค์กร หรือมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนเกษตรกรในเมืองไทย โดย อาจแบ่งรายได้บางส่วนเพื่อการจัดทำระบบ Contract Farming ให้แก่เกษตรกรไทย และให้การฝึกอบรมกับกลุ่มเกษตรกรด้วย แนวคิดนี้ ผู้ประกอบการเห็นว่าจะเป็นการช่วยสนับสนุนให้สินค้าผักนำเข้าจากไทยได้ มาตรฐาน และอาจช่วยลดปัญหาการพบสารตกค้างในระยะยาวได้
- ผู้นำเข้าเสนอให้สำนักงานฯ พิจารณาขอให้ EU ประเมินค่า MRLs ของสินค้าผักไทยที่ยังไม่ได้มีฐานข้อมูลใน EU ซึ่ง แม้ว่าขั้นตอนดังกล่าว จะมีระยะเวลานาน แต่ก็จะเป็นผลดีในระยะยาวสำหรับการส่งออกของไทยในอนาคต สำนักงานฯ จะได้นำเรื่องนี้ เข้าหารือกับ DG-SANCO เพื่อหาแนวทาง ในการยื่นขอเพิ่มค่า MRLs ให้สอดคล้องตามระเบียบ EU ต่อไป
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้น พบว่าสหรัฐฯ แคนาดา และอาร์เจนตินา ได้ยื่นขอกำหนดค่า MRLs ของสินค้าตนเช่นกัน ทั้งนี้ การกำหนดค่ามาตรฐานดังกล่าวจะกระทำได้นั้น หน่วยงานของไทย โดยเฉพาะกรมวิชาการเกษตรและ มกอช. ต้องร่วมกันจัดทำการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment) สำหรับสารเคมีในสินค้าแต่ละชนิด เพื่อยื่นต่อ DG-SANCO
สำหรับด้านตลาดของสินค้า ผู้ประกอบการเห็นว่า ผล ไม้ที่มีอนาคต และเหมาะสมกับรสนิยมการบริโภคของชาวเนเธอร์แลนด์ ได้แก่ ส้มโอ และลำไย ทั้งนี้ จากการสอบถามผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยของยุโรป พบว่า ไม่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการนำเข้า
จากการประชุมครั้งนี้ พบว่าผู้ประกอบการที่มีประสบการณ์ จะจัดทำระบบ Traceability อย่างง่ายของตนเอง ร่วมกับผู้ส่งออก และ Contract Farming แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดปัญหาสินค้าถูกตรวจพบสารตกค้างเกินมาตรฐานและเสียค่าปรับ ผู้ นำเข้าของเนเธอร์แลนด์ก็จะเรียกเก็บค่าปรับดังกล่าวจากผู้ส่งออกของไทย ทำให้เห็นได้ว่า ภาระส่วนใหญ่ ตกอยู่ในความรับผิดชอบของผู้ส่งออก
นอกจากนั้น เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2552 ผู้แทนสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ยังได้เข้าพบหารือกับผู้แทนของหน่วยงาน VWA และด่านนำเข้าของเนเธอแลนด์ ร่วมกับผู้แทนของ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก
หน่วยงาน VWA โดย Mr. Hans Jeuring, Senior public health officer food และ Dr. H.A. van der Schee, Senior Public Officer เปิดเผยว่า สาเหตุหลักของปัญหาผักนำเข้าจากไทย คือ สินค้า ผักที่ถูกตรวจพบเป็นสินค้าที่ฝ่ายไทยยังไม่ได้กำหนดให้ต้องมีการตรวจสอบสาร ตกค้างก่อนการส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ และพริก
หน่วยงาน Plant Protection Service (NPPO) โดย Mr.Henk Stigter, Senior Plant Health Officer และ Mr. Ben C. van der Horst, Managing Director, Kwalteits-Controle-Bureau แจ้งว่าสถิติการตรวจพบแมลงในผักไทยในปีที่ผ่านมาในภาพรวมแล้ว มีปริมาณไม่เกินร้อยละ 1 จากการสุ่มตรวจทั้งหมด ปัญหาหลักของการตรวจพบ ได้แก่ การพบเพลี้ยไฟในกล้วยไม้ตัดดอก พบแมลงวันขาวในใบกะเพรา การพบไส้เดือนฝอยในพันธุ์ไม้น้ำ เป็นต้น
สำหรับการตรวจพบเพลี้ยไฟในกล้วยไม้ตัดดอกนั้น ผู้แทน NPPO แสดงความเข้าใจต่อข้อจำกัดว่าอาจมีตัวอ่อนของเพลี้ยไฟติดมากับสินค้าได้ เนื่องจากการรมยาไม่สามารถทำลายไข่ได้
นอกจากนั้น สำนักงานฯ ได้รับทราบว่าปัจจุบัน มีสินค้าผักไทยอยู่ในรายการที่ต้องตรวจสอบ Phytosanitary ทุก Shipment อาทิเช่น โหระพา กะเพรา มะเขือ มะม่วง เป็นต้น
การเข้าพบหารือกับหน่วยงานของเนเธอร์แลนด์ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์ และแสดงให้เห็นถึงความกระตือรือร้นของไทยในการรับฟังเกี่ยวกับสินค้าผักที่ เกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นช่องทางสำคัญในการได้รับทราบข้อมูลเชิงลึกจากเจ้าหน้าที่ของทั้งสองหน่วยงานอีกด้วย
Source : www.thaieurope.net







