International Business Times Thailand

Thursday
Mar 11th
Text size
  • Increase font size
  • Default font size
  • Decrease font size
Home Focus Country Focus โอกาสตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์ในตลาดสแกนดิเนเวีย

โอกาสตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์ในตลาดสแกนดิเนเวีย

E-mail Print PDF

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงโคเปนเฮเกนได้ สรุปรายงานตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์ (Organic Food) ในตลาดสแกนดิเนเวียมาพร้อมรายชื่อผู้นำเข้าสินค้าอาหารออร์แกนนิก และรายงานการตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์ (Organic Food) รายละเอียด ดังนี้


ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์ ในสแกนดิเนเวียขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งการบริโภคและการใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร  สินค้าอินทรีย์ (Organic) ที่จะส่งออกไปยังตลาดสแกนดิเนเวียจะต้องได้มาตรฐานตามกฎระเบียบของสหภาพ ยุโรป (The EU organic agriculture regulations)

1. ขนาดของตลาด (Market Size)

ในปี 2007 ขนาดของตลาดสินค้าอาหารอินทรีย์มีมูลค่าประมาณ 1,100 ล้านยูโรเพิ่มขึ้นจากปี 2006 ร้อยละ 30 และยังคงมีแนวโน้มที่ดีต่อไปในอนาคต โดยยอดขายสินค้า Organic ในตลาดสแกนดิเนเวียรวมทั้งสิ้นในปี 2007จำแนกตามประเทศได้ดังนี้ เดนมาร์ก คิดเป็นร้อยละ 42 ของยอดขายสินค้าออร์แกนนิกทั้งหมดในตลาดสแกนดิเนเวีย สวีเดน ร้อยละ 48 และนอร์เวย์ ร้อยละ 10 ซึ่งเดนมาร์กถือว่ามีการบริโภคอาหารออร์แกนนิกโดยเฉลี่ยต่อคนสูงสุดประมาณ 57 ยูโร รองลงมา คือ สวีเดน และนอร์เวย์

แม้ว่าการขยายตัวของสินค้าอาหารออร์แกนนิกจะ เป็นไปอย่างรวดเร็ว แต่ส่วนแบ่งการตลาดของสินค้าออร์แกนนิกเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอาหารทั้งหมด ยังมีไม่มากนัก โดยในเดนมาร์ก คิดเป็นสัดส่วนเพียงร้อยละ 5 สวีเดน ร้อยละ 3 และนอร์เวย์ ร้อยละ 1 ตามลำดับ

1.1  เดนมาร์ก
เดนมาร์กเป็นประเทศผู้นำด้านการบริโภคอาหารออร์แกนนิกในทวีปยุโรป โดยมีมูลค่าการบริโภคเฉลี่ยต่อคนสูงสุด เนื่องจากผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนนิกสามารถหาซื้อได้ง่ายในท้องตลาดทั่วไป ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาตลาดค้าปลีกสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนนิกได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น มากถึงร้อยละ 60 และในปี 2007 มีมูลค่าสูงถึง 480 ล้านยูโร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 37  ประเภทของสินค้าออร์แกนนิกที่สำคัญที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ได้แก่ เนื้อสัตว์ ผักและผลไม้สด และผลิตภัณฑ์นม โดยเฉพาะนมสดมีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึงร้อยละ 30  ขณะที่แครอท มันฝรั่ง และหอมหัวใหญ่ก็มีส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50 ของผักออร์แกนนิกทั้งหมด

1.2 สวีเดน
ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนนิกของสวีเดนในปี 2006 มีมูลค่าประมาณ 440 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นเป็น 550 ล้านยูโรในปี 2007 หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25 โดยสินค้าสำคัญที่มีส่วนแบ่งการตลาดมากที่สุด ได้แก่ มันฝรั่ง แครอท นม ไข่ เมล็ดกาแฟ กล้วย และผักสด หากพิจารณาจากปริมาณแล้วผลิตภัณฑ์นมมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณยอดขายสินค้าออร์แกนนิกทั้งหมด รองลงมา คือ เนื้อสัตว์ ผักสด ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ผลไม้สด กาแฟ ชา และโกโก้

1.3 นอร์เวย์
ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนนิกในนอร์เวย์ยังมีมูลค่าไม่มากนัก โดยในปี 2007 มีส่วนแบ่งการตลาดร้อยละ 1.1 ของยอดขายปลีกอาหารทั้งหมด มูลค่าประมาณ 110 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปี 2006 ร้อยละ 38  สินค้าสำคัญ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นม คิดเป็นร้อยละ 40 รองลงมา คือ ผลิตภัณฑ์ธัญพืช ผักและผลไม้สด

2. การแบ่งส่วนตลาด (Market Segments)
ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนนิกในสแกนดีเนเวีย สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 Segments ด้วยกัน คือ สาขาการค้าปลีก สาขาบริการด้านอาหาร และสาขาอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร โดยคาดว่าใน 2 กลุ่มแรกรวมกันคิดเป็นสัดส่วนมากถึงประมาณร้อยละ 65 - 70

2.1 สาขาการค้าปลีก (Retail Sector)

สาขาการค้าปลีกแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ร้านค้าของชำทั่วไป ร้านสะดวกซื้อ
(Convenience stores) และร้านค้าเฉพาะทาง (Speciality retailing) โดยในส่วนของร้านค้าของชำทั่วไป ประกอบด้วย ร้านค้าใกล้บ้าน ซุบเปอร์มาร์เก็ต ไฮเปอร์มาร์เก็ต และดิสเคาท์สโตร์ คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 2 ใน 3 ของยอดขายอาหารทั้งหมด ซึ่งผลิตภัณฑ์ออร์แกนนิกส่วนใหญ่จะวางจำหน่ายตามซุบเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ โดยเฉพาะ Supermarket chains ในเดนมาร์กและสวีเดน ถือว่าเป็นผู้จัดจำหน่ายชั้นนำของผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนนิกในยุโรป ขณะเดียวกันสินค้าออร์แกนนิกยังมีวางจำหน่ายตามร้านสะดวกซื้อ และร้านค้าเฉพาะทางต่างๆ แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในแง่ของความหลากหลายของสินค้าที่แตกต่างกันก็ตาม นอกจากนี้ ยังมีบริการจัดส่งสินค้าออร์แกนนิกตามบ้าน โดยเฉพาะผักและผลไม้สด ซึ่งก็เป็นช่องทางการกระจายสินค้าแบบใหม่อีกช่องทางหนึ่งที่เริ่มเป็นที่ นิยมมากขึ้นในเมืองใหญ่ๆ ด้วย

2.2 สาขาบริการด้านอาหาร (Food Service Sector)
สาขาบริการด้านอาหารประกอบด้วย ร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ร้านกาแฟ ร้านอาหาร โรงแรม โรงอาหารของบริษัทหรือสถาบันต่างๆ โดยสัดส่วนของสาขาบริการด้านอาหารคิดเป็น 1 ใน 4 ของตลาดอาหารทั้งหมด และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ตามลักษณะของแนวโน้มการรับประทานอาหารนอกบ้านที่ค่อยๆ เพิ่มขึ้น  อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนนิกยังคงไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าที่ควรในสาขานี้

2.3 สาขาอุตสาหกรรมการผลิตอาหาร (Manufacturing Sector)
ประมาณ 1 ใน 5 ของผลผลิตอาหารทั้งหมดจะถูกนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต อาหาร โดยผู้ผลิตในสแกนดิเนเวียส่วนใหญ่มักจะซื้อวัตถุดิบต่างๆ ภายในประเทศหรือจากประเทศข้างเคียง เนื่องจากเหตุผลในเรื่องของความสะดวกในด้านการขนส่ง ความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ

3. แนวโน้มของตลาด (Market Trends)
ตลาดสินค้าอาหารออร์แกนนิกขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่ายังจะสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีก เนื่องจากความต้องการสินค้ากำลังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เช่น อาหารที่หาซื้อได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว ผลไม้เมืองร้อน ผลไม้ประเภทเบอร์รี่ (ทั้งแบบสดและแห้ง) อาหารของชาติต่างๆ ขนมขบเคี้ยว และเครื่องดื่มต่างๆ เช่น น้ำผลไม้ เป็นต้น โดยคุณสมบัติหลักสำหรับสินค้าที่ดี คือ เรื่องของคุณภาพ ส่วนผสมที่มีไขมันต่ำและมีผลดีต่อสุขภาพ ง่ายต่อการจัดเตรียม  นอกจากผลิตภัณฑ์อาหารออร์แกนนิกจะต้องมีความแตกต่างจากสินค้าทั่วไปในแง่ของ รสชาติและคุณภาพแล้ว ยังต้องมีการจัดเตรียมอย่างระมัดระวังในขั้นตอนการผลิตและการขนส่งด้วย โดยซุบเปอร์มาร์เก็ตซึ่งเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายหลักของอาหารออร์แกนนิกมี ยอดขายประมาณร้อยละ 90 ของอาหารออร์แกนนิกทั้งหมด และมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วโดยเฉพาะในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา

มีแนวโน้มว่าผู้บริโภคหันมาให้ความสนใจเกี่ยว กับการทำการเกษตรและกระบวนการผลิตมากขึ้นทั้งในแง่ของสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยให้ความสำคัญกับขั้นตอนการผลิตว่าจะต้องไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม รวมถึงการใช้สารเคมีในการเกษตรและยาฆ่าแมลง ตลอดจนขั้นตอนการขนส่งในทุกกระบวนการตั้งแต่ออกจากแหล่งผลิตไปจนถึงซุบเปอร์ มาร์เก็ต ทั้งนี้ ผู้บริโภคบางกลุ่มยินดีที่จะจ่ายเงินซื้อมากกว่าราคาปกติถึงร้อยละ 20 – 40 หากมีการรับรองว่าสินค้าดังกล่าวผ่านกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวด ล้อมและสังคม ทำให้ผู้จัดจำหน่ายและผู้ให้บริการด้านอาหารมีความกระตือรือร้นที่จะเพิ่ม สัดส่วนของสินค้าออร์แกนนิกและสินค้าที่มีตรารับรองข้างต้นมากขึ้น แม้ว่าราคาสินค้าจะสูงขึ้นกว่าสินค้าทั่วไปก็ตาม ตัวอย่างราคาจำหน่ายปลีกของสินค้าทั่วไปเปรียบเทียบกับสินค้าออร์แกนนิ กในซุบเปอร์มาร์เก็ตในเดนมาร์ก เช่น โยเกิร์ตแบบทั่วไปบรรจุกระป๋องพลาสติก ขนาด 1,000 กรัม ราคา 24.95 เดนิชโครน แต่โยเกิร์ตแบบออร์แกนนิกบรรจุกระป๋องพลาสติก ขนาด 1,000 กรัมเท่ากัน ราคา 29.95 เดนิชโครน และแยมรสผลไม้แบบปกติ

แนวโน้มของอาหารออร์แกนนิก สรุปโดยย่อได้ ดังนี้
• ปัจจุบันอาหารออร์แกนนิกในช่องทางการค้าปลีกมีความหลากหลายมากขึ้น
• มีแนวโน้มการทำการตลาดสำหรับสินค้าออร์แกนนิกเพิ่มขึ้น ทั้งภายในร้านค้าและในการโฆษณาต่างๆ
• ผู้บริโภคโดยทั่วไปเชื่อว่าอาหารออร์แกนนิกมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากกว่าสินค้าทั่วไป
• ผู้บริโภคหลายกลุ่มเห็นว่าอาหารออร์แกนนิกมีคุณภาพดีกว่า
• ผู้บริโภคคำนึงถึงปัจจัยที่เกี่ยวกับคุณภาพและสุขภาพเพิ่มขึ้น
• มีความกังวลเกี่ยวกับขั้นตอนและวิธีการผลิต รวมถึงสวัสดิการของสัตว์มากขึ้น

นอกจากผู้ค้าส่งและค้าปลีกจะต้องการซัพพลาย เออร์เพิ่มขึ้นแล้ว ยังต้องการสินค้าที่มีคุณภาพและเงินทุนเพื่อที่จะทำการตลาดให้กับผลิตภัณฑ์ เหล่านี้  เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีราคาค่อนข้างสูง จึงจำเป็นที่ทั้งผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้ค้ารายย่อย ต้องร่วมมือกันในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ออร์แกนนิกไปยังผู้บริโภค โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐในกลุ่มประเทศสแกนดิเนเวียได้ให้การสนับสนุนเป็นอย่าง ดี  ในการกระตุ้นให้ประชาชนหันมาสนใจบริโภคอาหารออร์แกนนิกมากขึ้น ซึ่งทำให้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความต้องการของอาหารออร์แกนนิกที่ผลิตได้ภายใน ประเทศแล้ว ยังเป็นการเพิ่มความต้องการอาหารออร์แกนนิกที่นำเข้าจากต่างประเทศด้วย

4. การผลิต การส่งออก และวดแก้ว ขนาด 400 กรัม ราคา 20.95 เดนิชโครน ขณะที่แยมรสผลไม้แบบออร์แกนนิกบรรจุขวดแก้ว ขนาด 300 กรัม (ขนาดเล็กกว่า) ราคา 20.95 เดนิชโครนเท่ากัน เป็นต้น

การนำเข้า
เนื่องจากลักษณะภูมิอากาศทำให้ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียมีข้อจำกัดในการผลิต สินค้าอาหารหลายชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟ ชา โกโก้ เครื่องเทศต่างๆ เมล็ดธัญพืช ผักและผลไม้บางชนิด ทำให้การขยายตลาดอาหารออร์แกนนิก จำเป็นต้องอาศัยการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกจากต่างประเทศเพิ่มขึ้น

4.1 การผลิตภายในประเทศและการส่งออก

เดนมาร์ก เป็นประเทศผู้ส่งออกสินค้าอาหารและเกษตรกรรมที่มีชื่อเสียงและใหญ่เป็น อันดับ 3 ของโลก นอกจากนี้ เดนมาร์กยังเป็นผู้ผลิตและส่งออกอาหารออร์แกนนิกรายใหญ่ ซึ่งส่วนมากจะส่งไปยังโรงงานผลิตอาหารในแถบยุโรปต่อไป  อย่างไรก็ตาม เดนมาร์กยังคงมีความต้องการนำเข้าอาหารออร์แกนนิกมากกว่าปริมาณที่สามารถส่ง ออกได้ สวีเดน เป็นประเทศผู้ผลิตและส่งออกธัญพืชออร์แกนนิกรายใหญ่ โดยเฉพาะข้าวสาลีและข้าวโอ๊ต นอร์เวย์ มีจุดประสงค์ในการผลิตสินค้าออร์แกนนิกเพื่อการบริโภคภายในประเทศ
เท่านั้น

4.2 การนำเข้า
การนำเข้าสินค้าเกษตรอินทรีย์ในกลุ่มสแกนดิเนเวีย ขึ้นอยู่กับปริมาณการผลิตภายในประเทศนั้นๆ หากการผลิตภายในประเทศไม่เพียงพอต่อความต้องการในการบริโภคก็จะต้องมีการนำ เข้า โดยเฉพาะอาหารสดชนิดต่างๆ

เดนมาร์ก มีการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกหลายชนิด ได้แก่ ผลไม้ ผัก น้ำตาล เมล็ดพืช และกาแฟ เนื่องจากส่วนใหญ่ไม่สามารถเพาะปลูกได้เอง หรือผลิตได้แต่มีปริมาณไม่เพียงพอ  นอกจากนี้ ข้าวโพด ข้าวบาร์เล่ย์ ช็อกโกแล็ต เนื้อสัตว์ เครื่องเทศ และเครื่องดื่มต่างๆ ก็เริ่มมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา  โดยการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกของประเทศเดนมาร์กมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลไม้สดและผักสดต่างๆ ธัญพืช และผลิตภัณฑ์ธัญพืช กาแฟ สมุนไพรและเครื่องเทศ น้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหารและน้ำส้มสายชู ผลไม้แห้ง เส้นพาสต้า ข้าว แป้ง และซอสปรุงรสต่างๆ  นอกจากนี้ อาหารสำหรับเด็กทารก เครื่องปรุงต่างๆ และวัตถุดิบ ก็เริ่มมีการนำเข้าเพิ่มขึ้นเช่นกัน

สวีเดน มีการนำเข้าสินค้าเพิ่มขึ้นในช่วง 2 – 3 ปีที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ
ร้อยละ 30 – 40 ของตลาดทั้งหมด

 

นอร์เวย์ ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2007 มีการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกมีสัดส่วนประมาณร้อยละ 45 ของตลาดสินค้าออร์แกนนิกทั้งหมด และคาดว่าส่วนแบ่งการตลาดของสินค้านำเข้าจะเพิ่มขึ้นเนื่องจากการผลิตภายใน ประเทศไม่เพียงพอกับความต้องการสินค้า โดยมีการนำเข้าผลไม้ออร์แกนนิกสูงถึงร้อยละ 99  นอกจากนี้ ผักต่างๆ น้ำมันที่ใช้ในการประกอบอาหาร และเครื่องดื่มต่างๆ ก็มีแนวโน้มการนำเข้าเพิ่มขึ้นมากเช่นกัน

ประเทศคู่ค้าหลักของประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย ได้แก่ ประเทศต่างๆ ในกลุ่มสหภาพยุโรป โดยเฉพาะการนำเข้าจากเยอรมนี เนเธอร์แลนด์ และอิตาลี ซึ่งสินค้าที่ผลิตในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่จะนำเข้าผ่านประเทศเยอรมนี และเนเธอร์แลนด์อีกทอดหนึ่ง

ในกลุ่มของประเทศกำลังพัฒนานั้น ประเทศในแถบสแกนดิเนเวียนำเข้าสินค้าจากประเทศในแถบอเมริกากลางและอเมริกา ใต้เป็นจำนวนมาก ได้แก่ กาแฟออร์แกนนิก และกล้วย นอกจากนี้ ยังมีการนำเข้าแอปเปิ้ล มะม่วง และขิง โดยบราซิล เป็นผู้ส่งออกน้ำตาลอ้อยออร์แกนนิกและเนื้อสัตว์ที่สำคัญ  สำหรับประเทศผู้ส่งออกที่ใหญ่ที่สุดจากเอเชีย ได้แก่ จีน อินเดีย และไทย รวมทั้งมีการนำเข้าบางส่วนจากประเทศศรีลังกา และเวียตนามด้วยเช่นกัน

เว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
สำนักงานสถิติของประเทศเดนมาร์ก   www.statbank.dk
สำนักงานสถิติของประเทศสวีเดน    www.scb.se
สำนักงานสถิติของประเทศนอร์เวย์   www.ssb.no
SOL – Agricultural statistics  www.soel.de/oekolandbau/weltweit.html
Organic Agriculture (Sweden)   http://ekolantbruk.se/english/
Krav (Organics Sweden)  www.krav.se/english.asp
Norwegian Agricultural Co-ops  www.landbruk.no
EU Eurostat  http://ec.europa.eu/eurostat
EU Market Access Database  http://madb.europa.eu
FAO       http://faostat.fao.org

5. ช่องทางการจัดจำหน่าย (Distribution Channels)

ช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้านำเข้าประเภทอาหารออร์แกนนิกในตลาด
สแกนดิเนเวียที่สำคัญ มี 4 ช่องทางด้วยกัน คือ (1) กลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งมีองค์กรรับผิดชอบดูแลการนำเข้าเป็นของตนเอง (2)
ผู้นำเข้าสินค้าออร์แกนนิกโดยเฉพาะ (3) ผู้นำเข้าผักและผลไม้ต่างๆ ทั่วไป และ (4) ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่

5.1 กลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่

กลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่มีอิทธิพลอย่างมากต่อตลาดอาหารในสแกนดิเนเวีย โดยผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สุด 4 รายครอบครองส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 90 ใน 3 ประเทศ (ประมาณร้อยละ 90 ในเดนมาร์ก ร้อยละ 94 ในสวีเดน และร้อยละ 98 ในนอร์เวย์) โดยในแต่ละกลุ่มผู้ค้าปลีกจะมีการเชื่อมโยงกันระหว่างการจัดซื้อ การนำเข้า การค้าส่ง การจัดจำหน่าย และการค้าปลีกอย่างใกล้ชิด

กลุ่มผู้ค้าปลีกถือว่าเป็นผู้นำเข้าสินค้า อาหารที่สำคัญ รวมถึงการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกด้วย หรืออาจนำเข้าผ่านผู้นำเข้าสินค้าออร์แกนนิกโดยเฉพาะ เนื่องจากกลุ่มซุบเปอร์มาร์เก็ตใหญ่ๆ เหล่านี้เริ่มมีการจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนนิกภายใต้ตรายี่ห้อสินค้าของตน เอง (private labels) มากขึ้นทำให้ต้องนำเข้าสินค้าโดยตรงจากผู้ผลิตด้วย โดยกลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่ 2 ราย คือ Coop และ ICA ซึ่งทั้ง 2 รายนี้รวมกันสามารถครอบครองตลาดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคในสแกนดิเนเวียได้ มากกว่าครึ่งหนึ่งของตลาดทั้งหมด

รายชื่อกลุ่มผู้ค้าปลีกรายใหญ่ที่สำคัญ ได้แก่
• The Coop Group (ประกอบด้วย Coop Danmark, Coop Sverige และ Coop Norge) มีส่วนแบ่งการตลาดในสแกนดิเนเวียทั้งหมดประมาณร้อยละ 30  www.coop.dk / www.coop.se / www.coop.no
• The ICA Group  (ประกอบด้วย ICA Sverige และ ICA Norge) มีส่วนแบ่งการตลาดทั้งหมดประมาณร้อยละ 25 โดย ICA Group ยังมีอิทธิพลอย่างมากในประเทศแถบบอลติกอีกด้วย www.ica.se
• Dansk Supermarked (DS) www.dsg.com
• SuperGros    www.supergros.dk
• Axfood    www.axfood.se
• Bergendahls    www.bergendahls.se
• NorgesGroup   www.norgesgruppen.no
• Reitan Group   www.reitan.no

5.2 ผู้นำเข้าและผู้ค้าปลีกสินค้าออร์แกนนิกโดยเฉพาะ (Specialised Organic Importers and Retailers)

การค้าสินค้าออร์แกนนิกในตลาดสแกนดิเนเวียยังประกอบด้วยบริษัทที่จำหน่ายสินค้าออร์แกนนิกโดยเฉพาะ ได้แก่
• Urtekram/Nutana เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าออร์แกนนิกที่เก่าแก่และเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด ในเดนมาร์ก โดยจำหน่ายสินค้าอาหารออร์แกนนิกมากกว่า 3,000 รายการ ทั้งในเดนมาร์กและในสแกนดิเนเวีย
www.urtekram.dk
• Biodania จัดจำหน่ายผลไม้สดและผักสดออร์แกนนิก
www.biodania.dk
• Bio Trading เน้นที่วัตถุดิบและเครื่องปรุงอาหารออร์แกนนิก
www.biotrading.dk
• Biodynamiska Produkter (BP) เป็นผู้จัดจำหน่ายสินค้าออร์แกนนิกรายใหญ่ของสวีเดน มีสินค้าออร์แกนนิกมากกว่า 1,000 รายการ โดยนำเข้าทั้งสินค้าสด สินค้าแช่แข็ง และสินค้าสำเร็จรูปที่บรรจุหีบห่อเรียบร้อยแล้ว
This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it
• Kung Markatta จัดจำหน่ายสินค้าออร์แกนนิกสำเร็จรูปที่บรรจุหีบห่อเรียบร้อยแล้วwww.kungmarkatta.se
• Gront Rett Hjem บริการจัดส่งสินค้าออร์แกนนิกถึงบ้าน
www.grontretthjem.no
• Oko-kompaniet     
www.okokompaniet.no
• OkologiPartner    
www.okologipartner.no
• Helsam ร้านจำหน่ายอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
www.helsam.dk
• Matas ร้านขายยารายใหญ่ซึ่งมีการวางจำหน่ายสินค้าออร์แกนนิก
www.matas.dk
• Helios      
www.helios.no

เว็บไซต์สำหรับค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม
Ecoweb www.ecoweb.dk สามารถค้นหารายละเอียดเกี่ยวกับ Organic Sector ในเดนมาร์ก
Krav  www.krav.se สามารถค้นหารายชื่อผู้นำเข้าอาหารออร์แกนนิกของสวีเดน

5.3 ผู้นำเข้าผักและผลไม้ต่างๆ

การนำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าสดในตลาดสแกนดิเนเวียดำเนินการโดยผู้ค้าส่งสินค้า
และผู้นำเข้าสินค้าโดยเฉพาะ ผู้ค้ารายใหญ่ที่สุดในเดนมาร์ก คือ Brdr. Lembcke  ในสวีเดน คือ Saba, Everfresh และ Ewerman และในนอร์เวย์ คือ Bama  ซึ่งบริษัทเหล่านี้เป็นผู้นำเข้าอาหารสดออร์แกนนิกส์ต่างๆ ด้วย

รายชื่อผู้นำเข้าผักและผลไม้สดออร์แกนนิกที่สำคัญ ได้แก่

• Brdr. Lembcke   www.lembcke.dk
• Saba Trading   www.sabatrading.se
• Everfresh Group   www.everfreshgroup.se
• Ewerman    www.ewerman.se
• Bama Group    www.bama.no
• Nature’s Pride   www.naturespride.nl
• Dole     www.dole.com
• Fyffes     www.fyffes.com

5.4 ผู้ผลิตและบรรจุอาหารรายใหญ่

ผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ในสแกนดิเนเวียที่มีการใช้สินค้าออร์แกนนิกเป็นวัตถุดิบจะทำ
การสั่งซื้อสินค้าเองโดยตรงหรือสั่งซื้อผ่านผู้นำเข้าสินค้าออร์แกนนิกโดย เฉพาะ โดยในกลุ่มผลิตภัณฑ์ธัญพืช ผู้ผลิตรายใหญ่ ได้แก่ Lantmännen ของประเทศสวีเดน ซึ่งมีสาขาทั้งในสวีเดน เดนมาร์ก และประเทศต่างๆ ในแถบบอลติก และในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาแฟ ผู้ผลิตและบรรจุกาแฟส่วนใหญ่จะมีการจำหน่ายกาแฟออร์แกนนิกด้วย เช่น
• Kraft Foods   www.kraftfoodsnordic.com
• Merrild   www.merrild.dk
• BKI Foods   www.bki.dk
• Peter Larsens Kaffe www.peterlarsenskaffe.dk
• Lofbergs   www.lofbergs.se
• Classic Kaffe  www.classic.se
• Zoegas   www.nestle-nordic.com/zoegas
• Friele    www.friele.no
• Joh. Johannson  www.evergood.no
• Solberg &Hansen  www.sh.no
• Kjeldsberg Kaffe  www.kjeldsberg.no

โดยทั่วไปบริษัทผู้ผลิตอาหารชั้นนำจะมีการจำหน่ายสินค้าออร์แกนนิกด้วย แม้ว่าจะค่อนข้างมีข้อจำกัดในด้านความหลากหลายของสินค้า เช่น
• Arla Foods   www.arlafoods.com
• Danisco   www.danisco.com
• Orkla Foods   www.orklafoods.com
• Findus   www.findus.com
• Ardo/Frigodan  www.ardo.com
• Appetit   www.appetit.dk
• Flensted   www.flensted.dk
• Fynbo    www.fynbo.dk
• Friland Foods  www.friland.dk
• Svanso Food  www.svansoe.dk
• Naturfrisk   www.naturfrisk.dk
• Honningcentralen  www.honningcentralen.no

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากปัญหาทางด้านการขนส่งและเหตุผลในเชิงปฏิบัติทำให้ผู้ผลิตในแถบสแกน ดิเนเวียนิยมซื้อเครื่องปรุงอาหารและวัตถุดิบจากผู้ผลิตภายในประเทศหรือ ซัพพลายเออร์ในประเทศข้างเคียงมากกว่า

6. การเข้าสู่ตลาด (Market Access)
การนำเข้าสินค้าอาหารออร์แกนนิกของประเทศในแถบสแกนดิเนเวียจะต้องปฏิบัติตาม กฎระเบียบและข้อบังคับของสหภาพยุโรป รวมถึงกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรฐานต่างๆ ของประเทศนั้นๆ ซึ่งต้องคำนึงถึงข้อกำหนดพิเศษ (Special requirements) ของแต่ละประเทศสำหรับสินค้าออร์แกนนิกด้วย เช่นเดียวกับกฎระเบียบทั่วไปสำหรับอาหารทุกชนิด ตลอดจนภาษีการนำเข้า และกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับอาหารในด้านความปลอดภัยและคุณภาพ  นอกจากนี้ องค์กรการค้าในแต่ละประเทศยังได้มีการพัฒนามาตรฐานและอาจมีข้อกำหนดต่างๆ เป็นของตนเองอีกด้วย

7. แนวโน้มและโอกาสทางการตลาด
ตลาดสแกนดิเนเวียเป็นตลาดสินค้าออร์แกนนิกที่สำคัญและมีศักยภาพแห่งหนึ่งใน ทวีปยุโรป เพราะไม่เพียงแต่ชาวสแกนดิเนเวียนจะมีการบริโภคอาหารออร์แกนนิกต่อคนในอัตรา ที่สูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ในยุโรปแล้ว ตลาดสินค้าออร์แกนนิกในสแกนดิเนเวียยังมีการขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ประมาณร้อยละ 20 – 30 ต่อปี และยังมีการคาดการณ์ว่าจะขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคตต่อไปอีก

ผลจากการที่ตลาดมีการเติบโตและพัฒนาไปในทิศทาง ที่ดีทำให้ในปัจจุบันสินค้าอาหารออร์แกนนิกพัฒนาครอบคลุมสินค้าอาหารหลาก หลายชนิดมากขึ้น ซึ่งยังมีลู่ทางที่จะสามารถขยายตัวเพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากผู้บริโภคมีความต้องการสินค้าดังกล่าวเพิ่มขึ้น เช่น อาหารที่สามารถบริโภคได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ผลไม้เมืองร้อน อาหารของชาติต่างๆขนมขบเคี้ยว กาแฟ และน้ำผลไม้ประเภทต่างๆ  นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังหันมาสนใจเกี่ยวกับกระบวนการและขั้นตอนการผลิต ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การขนส่งและจัดการสินค้า ทำให้ผู้บริโภคมีความต้องการสนับสนุนวิธีการผลิตสินค้าเกษตรแบบออร์แกนนิ กมากขึ้น

ด้วยเหตุนี้จึงมีแนวโน้มที่ค่อนข้างชัดเจนว่า ส่วนแบ่งการตลาดสำหรับสินค้าอาหารออร์แกนนิกในปัจจุบันประมาณร้อยละ 3 จะมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างมากในอนาคตต่อไป ทำให้มีความต้องการสินค้าจากซัพพลายเออร์เพื่อรองรับตลาดที่กำลังขยายตัว เพิ่มขึ้น โดยสินค้าจะต้องมีคุณภาพดี มีส่วนผสมที่มีไขมันต่ำ มีคุณค่าทางโภชนาการและง่ายต่อการจัดเตรียมเนื่องจากผู้ผลิตภายในประเทศไม่ สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นได้อย่างเพียงพอ ทำให้การนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกมีบทบาทเพิ่มขึ้นในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาและครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณร้อยละ 30 – 40 ของปริมาณผลผลิตของตลาดทั้งหมด โดยสินค้าออร์แกนนิกที่นำเข้าที่สำคัญ ได้แก่ ผักและผลไม้ต่างๆ น้ำตาล เมล็ดพืช กาแฟ เนื้อสัตว์ ขนมขบเคี้ยว เครื่องเทศ และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ

จะเห็นว่าการพัฒนาอย่างรวดเร็วของตลาดสินค้า ออร์แกนนิก ประกอบกับผลผลิตภายใน ประเทศมีไม่เพียงพอและส่วนแบ่งการตลาดของสินค้านำเข้าที่ค่อนข้างสูง ทำให้ผู้ผลิตอาหารในประเทศกำลังพัฒนามีโอกาสที่ดีในการขยายการส่งออกสินค้า ออร์แกนนิกไปยังประเทศในกลุ่มสแกนดิเนเวีย อย่างไรก็ตาม ผู้ผลิตและส่งออกควรจะพัฒนาสินค้า ให้ได้มาตรฐานตรงตามกฎระเบียบและข้อกำหนดต่างๆ เกี่ยวกับอาหารออร์แกนนิกและอาหารทั่วไปของสหภาพยุโรปด้วย

8. สินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกของไทย
สินค้าที่มีศักยภาพในการส่งออกของไทยที่สำคัญ ได้แก่ ผักและผลไม้สด โดยเฉพาะข้าวโพดอ่อน และหน่อไม่ฝรั่ง ข้าว กาแฟ เครื่องเทศ ผลิตภัณฑ์อาหาร และเครื่องดื่มชนิดต่างๆ  ดังนั้น ผู้ผลิตและส่งออกของไทยน่าจะหาทางพัฒนาการผลิตสินค้าออร์แกนนิกเหล่านี้ เพื่อขยายการส่งออกไปยังตลาดสแกนดิเนเวียเนื่องจากผู้บริโภคในตลาดแถบนี้ให้ ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับแนวโน้มความต้องการนำเข้าสินค้าออร์แกนนิกกำลังเพิ่มขึ้น จึงน่าจะเป็นโอกาสที่ดีในการส่งเสริมและขยายการส่งออกสินค้าออร์แกนนิกไปยัง ตลาดสแกนดิเนเวียเพิ่มขึ้นต่อไป

ที่มา : www.thaieurope.net

 

Hot topic

 

คำต่อคำ รมว.คลังจีน ทำไมต้องมีกองทุนการเงินอาเซียน?

 

เปิด R3E

 

ส่งออกกล้วยไม้

กล้วยไม้ไทย  สินค้าบ่งบอกเอกลักษณ์ของถิ่น...